
จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
"จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างถูกต้อง รวดเร็ว พร้อมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี"
Admin
21 สิงหาคม 2569
.webp&w=1920&q=75)
จด VAT อย่างถูกต้อง พร้อมวางระบบเอกสารก่อนเริ่มออกใบกำกับภาษี
เมื่อธุรกิจมีรายรับเติบโตขึ้น การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ใช่เพียงการยื่นแบบ ภ.พ.01 แต่เป็นจุดเริ่มต้นของหน้าที่ด้านภาษีที่ต้องดำเนินการทุกเดือน
ผู้ประกอบการต้องพิจารณาประเภทกิจการ เกณฑ์รายรับ สถานประกอบการ วันที่เริ่มเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน ระบบใบกำกับภาษี และเอกสารภาษีซื้อให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น
หากจดทะเบียนล่าช้า ออกใบกำกับภาษีก่อนมีสิทธิ หรือใช้เอกสารภาษีซื้อไม่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดภาษีย้อนหลัง เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มได้
Taxpoint ให้บริการตรวจสอบคุณสมบัติ จัดเตรียมเอกสาร และดำเนินการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมให้คำแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับหน้าที่หลังได้รับใบทะเบียน ภ.พ.20
ภาษีมูลค่าเพิ่มคืออะไร
ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ Value Added Tax: VAT เป็นภาษีทางอ้อมที่จัดเก็บจากการขายสินค้า การให้บริการ และการนำเข้าสินค้าตามเงื่อนไขของกฎหมาย
ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีหน้าที่เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากลูกค้า เรียกว่า “ภาษีขาย” และอาจนำภาษีมูลค่าเพิ่มที่จ่ายให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนรายอื่นมาใช้เป็น “ภาษีซื้อ” ได้ หากเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจการและมีเอกสารถูกต้องตามกฎหมาย
ภาษีที่ต้องชำระโดยทั่วไปคำนวณจาก:
ภาษีขาย − ภาษีซื้อที่มีสิทธินำมาหัก = ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องชำระหรือเครดิตภาษี
ปัจจุบันประเทศไทยจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราทั่วไปร้อยละ 7 รวมภาษีท้องถิ่น ทั้งนี้ ควรตรวจสอบอัตราที่มีผลใช้บังคับในวันที่เกิดรายการอีกครั้ง
ใครบ้างที่มีหน้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าหรือให้บริการในทางธุรกิจหรือวิชาชีพเป็นปกติธุระ ไม่ว่าจะดำเนินกิจการในรูปแบบต่อไปนี้ อาจมีหน้าที่จด VAT
บุคคลธรรมดา
คณะบุคคล
ห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล
ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด
บริษัทจำกัด
นิติบุคคลประเภทอื่น
ผู้ประกอบการค้าออนไลน์หรือ e-Commerce
หากมีรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการที่อยู่ในบังคับภาษีมูลค่าเพิ่มเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วันนับจากวันที่รายรับเกินเกณฑ์
คำว่า “รายรับ” ต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของภาษีมูลค่าเพิ่มและจุดที่ความรับผิดทางภาษีเกิดขึ้น ไม่ควรพิจารณาเฉพาะเงินสดที่ได้รับเข้าบัญชีเท่านั้น

รายรับไม่เกิน 1.8 ล้านบาท จด VAT ได้หรือไม่
ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าหรือให้บริการซึ่งอยู่ในบังคับภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่มีรายรับไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี อาจขอจดทะเบียนโดยสมัครใจได้
กิจการบางประเภทที่ได้รับยกเว้นตามกฎหมายอาจมีสิทธิเลือกเข้าสู่ระบบ VAT โดยต้องยื่นแบบแจ้งใช้สิทธิ ภ.พ.01.1 พร้อมแบบ ภ.พ.01 ส่วนกิจการที่ได้รับยกเว้นบางประเภทอาจไม่มีสิทธิเลือกจด จึงต้องตรวจสอบประเภทกิจการก่อนยื่นคำขอ
การจดโดยสมัครใจอาจเหมาะกับธุรกิจที่:
มีลูกค้าส่วนใหญ่เป็นบริษัทหรือผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT
ลูกค้าต้องการใบกำกับภาษีเต็มรูป
มีการลงทุนหรือซื้อสินค้าและบริการที่มีภาษีซื้อจำนวนมาก
มีแผนขยายกิจการและคาดว่าจะมีรายรับเกินเกณฑ์ในระยะใกล้
ต้องการเตรียมระบบบัญชีและภาษีให้พร้อมตั้งแต่เริ่มต้น
อย่างไรก็ตาม การจด VAT โดยสมัครใจทำให้กิจการมีหน้าที่ยื่นแบบและจัดทำเอกสารอย่างต่อเนื่อง จึงควรเปรียบเทียบประโยชน์ ภาระงาน และผลกระทบต่อราคาขายก่อนตัดสินใจ
กิจการที่อาจได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
ไม่ใช่ทุกกิจการที่มีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทแล้วจะต้องจด VAT เพราะประมวลรัษฎากรกำหนดให้สินค้าและบริการบางประเภทได้รับยกเว้น
ตัวอย่างกิจการที่อาจได้รับยกเว้นภายใต้เงื่อนไขของกฎหมาย ได้แก่
การขายผลิตผลทางการเกษตรบางประเภท
การขายสัตว์ ปุ๋ย อาหารสัตว์ หรือผลิตภัณฑ์ที่กำหนด
การให้บริการรักษาพยาบาลของสถานพยาบาลตามกฎหมาย
การให้บริการทางการศึกษาตามเงื่อนไข
การขนส่งภายในประเทศบางประเภท
การขายหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือตำราเรียน
การให้บริการวิชาชีพบางประเภทตามที่กฎหมายกำหนด
การได้รับยกเว้นขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง ใบอนุญาต ลักษณะสินค้า วิธีให้บริการ และเงื่อนไขเฉพาะ ไม่ควรพิจารณาจากชื่อกิจการเพียงอย่างเดียว
ควรจด VAT หรือไม่
ก่อนยื่นคำขอ ควรพิจารณาอย่างน้อย 4 ด้าน
1. ประเภทสินค้าและบริการ
ตรวจสอบว่ากิจการอยู่ในระบบ VAT ได้รับยกเว้น หรือมีทั้งรายได้ที่เสีย VAT และรายได้ที่ได้รับยกเว้น
2. กลุ่มลูกค้า
หากลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้บริโภคทั่วไป การเพิ่ม VAT อาจมีผลต่อราคาขาย แต่หากลูกค้าเป็นธุรกิจที่อยู่ในระบบ VAT ลูกค้าอาจต้องการใบกำกับภาษีเพื่อใช้เป็นภาษีซื้อ
3. ภาษีซื้อของกิจการ
กิจการที่มีการลงทุน ซื้อสินค้า เครื่องจักร อุปกรณ์ หรือรับบริการจำนวนมาก อาจได้รับประโยชน์จากภาษีซื้อ แต่ต้องตรวจสอบว่าเป็นภาษีซื้อที่กฎหมายอนุญาตให้นำมาหักได้
4. ความพร้อมของระบบเอกสาร
กิจการต้องสามารถออกใบกำกับภาษี บันทึกรายงานภาษีซื้อและภาษีขาย จัดเก็บเอกสาร และยื่นแบบรายเดือนได้อย่างถูกต้อง
ช่องทางการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
การจดทะเบียนทำได้ 2 ช่องทางหลัก
1. ยื่นคำขอผ่านอินเทอร์เน็ต
ยื่นคำขอผ่านระบบออนไลน์ของกรมสรรพากร โดยกรอกข้อมูลผู้ประกอบการ ประเภทกิจการ สถานประกอบการ และวันที่ประสงค์เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน
เจ้าหน้าที่อาจขอเอกสารหรือข้อมูลเพิ่มเติม และอาจตรวจสอบสถานประกอบการตามข้อเท็จจริง

2. ยื่นคำขอด้วยเอกสาร
ยื่นแบบ ภ.พ.01 พร้อมเอกสารประกอบ ณ หน่วยจดทะเบียนที่สถานประกอบการตั้งอยู่ เช่น สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาที่รับผิดชอบ
กรณีมีสถานประกอบการหลายแห่ง ให้พิจารณายื่นผ่านสำนักงานใหญ่ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร โดยใบทะเบียน ภ.พ.20 จะระบุสำนักงานใหญ่และสาขาตามข้อมูลที่ได้รับอนุมัติ
เอกสารที่ใช้จดทะเบียน VAT
เอกสารจะแตกต่างกันตามประเภทผู้ประกอบการและลักษณะสถานประกอบการ โดยทั่วไปประกอบด้วย
แบบคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.01
แบบแจ้งใช้สิทธิ ภ.พ.01.1 กรณีที่กฎหมายกำหนด
บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ประกอบการหรือกรรมการ
หนังสือรับรองนิติบุคคลและเอกสารจัดตั้ง
หลักฐานกรรมสิทธิ์ในสถานประกอบการ
สัญญาเช่าที่ระบุชื่อและที่อยู่ของเจ้าของอสังหาริมทรัพย์
หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ กรณีไม่มีค่าเช่า
สำเนาบัตรประจำตัวและหลักฐานกรรมสิทธิ์ของผู้ให้เช่าหรือผู้ให้ความยินยอม
แผนที่แสดงที่ตั้งสถานประกอบการ
ภาพถ่ายสถานประกอบการและป้ายชื่อกิจการ
หนังสือรับรองจากผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด หากตั้งอยู่ในอาคารชุดและเข้าหลักเกณฑ์
หนังสือมอบอำนาจติดอากรแสตมป์ หากมอบหมายผู้อื่นดำเนินการ
เอกสารเพิ่มเติมสำหรับผู้ประกอบการต่างชาติหรือกิจการเฉพาะประเภท
ผู้ประกอบการควรเตรียมเอกสารต้นฉบับไว้แสดงต่อเจ้าพนักงาน และตรวจสอบให้ชื่อ ที่อยู่ เลขที่ห้อง เลขที่สาขา และข้อมูลในเอกสารทุกฉบับตรงกัน

ขั้นตอนการให้บริการของ Taxpoint
ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบประเภทกิจการ
วิเคราะห์ว่าสินค้าหรือบริการอยู่ในบังคับ VAT ได้รับยกเว้น หรือมีสิทธิขอจดโดยสมัครใจ
ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสอบรายรับและกำหนดเวลา
ตรวจสอบวันที่รายรับเกิน 1.8 ล้านบาท และกำหนดวันสุดท้ายที่ต้องยื่นคำขอ เพื่อป้องกันการจดทะเบียนล่าช้า
ขั้นตอนที่ 3 ตรวจสอบสถานประกอบการ
ตรวจสอบสัญญาเช่า หนังสือยินยอม หลักฐานเจ้าของสถานที่ แผนที่ ภาพถ่าย และป้ายชื่อกิจการ
ขั้นตอนที่ 4 จัดเตรียมและยื่นคำขอ
จัดทำแบบ ภ.พ.01 หรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง และยื่นผ่านช่องทางที่เหมาะกับกรณีของผู้ประกอบการ
ขั้นตอนที่ 5 ประสานงานและติดตามผล
ติดตามสถานะคำขอ ประสานงานกรณีเจ้าหน้าที่ขอข้อมูลเพิ่มเติม และช่วยตรวจสอบรายการในใบทะเบียน ภ.พ.20
ขั้นตอนที่ 6 แนะนำหน้าที่หลังจดทะเบียน
แนะนำเรื่องวันที่เริ่มเรียกเก็บ VAT การออกใบกำกับภาษี การจัดทำรายงาน และการยื่นแบบ ภ.พ.30 เบื้องต้น
หลังได้รับใบทะเบียน ภ.พ.20 ต้องทำอะไรบ้าง
เมื่อมีผลเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนแล้ว ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ได้แก่
เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากลูกค้าตามวันที่ความรับผิดเกิดขึ้น
ออกใบกำกับภาษีให้มีรายการครบถ้วน
แสดงชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี และสำนักงานใหญ่หรือสาขาให้ถูกต้อง
จัดทำรายงานภาษีขาย
จัดทำรายงานภาษีซื้อ
จัดทำรายงานสินค้าและวัตถุดิบสำหรับกิจการขายสินค้า
ตรวจสอบใบกำกับภาษีซื้อก่อนนำมาใช้
ยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน แม้เดือนนั้นไม่มีการขายสินค้าหรือให้บริการ
ชำระภาษีภายในกำหนดเวลา หากภาษีขายสูงกว่าภาษีซื้อ
จัดเก็บใบกำกับภาษี รายงาน และเอกสารประกอบตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
แจ้งเปลี่ยนแปลงชื่อ ที่อยู่ สาขา หรือรายละเอียดสำคัญภายในกำหนดเวลา
โดยทั่วไป แบบ ภ.พ.30 แบบกระดาษต้องยื่นภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ส่วนการยื่นออนไลน์ให้ตรวจสอบวันครบกำหนดจากปฏิทินภาษีของกรมสรรพากรในแต่ละเดือน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยหลังจด VAT
จดทะเบียนช้ากว่า 30 วันหลังรายรับเกินเกณฑ์
เรียกเก็บ VAT หรือออกใบกำกับภาษีก่อนวันที่มีผลตาม ภ.พ.20
ไม่ยื่น ภ.พ.30 เพราะเข้าใจว่าเดือนนั้นไม่มีรายรับ
ใบกำกับภาษีระบุชื่อ ที่อยู่ หรือเลขสาขาไม่ตรงกับทะเบียน
นำใบเสร็จหรือเอกสารที่ไม่ใช่ใบกำกับภาษีมาใช้เป็นภาษีซื้อ
นำภาษีซื้อต้องห้ามมาหักจากภาษีขาย
บันทึกภาษีซื้อหรือภาษีขายผิดเดือน
ไม่แจ้งเปลี่ยนแปลงสถานประกอบการหรือข้อมูลสำคัญ
จัดเก็บเอกสารไม่ครบหรือค้นหาเอกสารไม่ได้เมื่อถูกตรวจสอบ
การวางระบบเอกสารตั้งแต่วันแรกช่วยลดความเสี่ยงและทำให้การยื่นภาษีรายเดือนง่ายขึ้นอย่างมาก
ค่าบริการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
ค่าบริการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ราคา 2,500 บาท
ขอบเขตบริการประกอบด้วยการตรวจสอบเอกสารเบื้องต้น จัดเตรียมคำขอ ยื่นจดทะเบียน และติดตามผลตามกรณีปกติ
กรณีมีหลายสาขา สถานประกอบการมีข้อจำกัด เอกสารไม่ครบ กิจการต่างชาติ หรือมีประเด็นภาษีเฉพาะ อาจต้องประเมินรายละเอียดและขอบเขตงานเพิ่มเติมก่อนดำเนินการ
คำถามที่พบบ่อย
รายรับเท่ากับ 1.8 ล้านบาทต้องจด VAT หรือไม่
เกณฑ์ตามข้อมูลของกรมสรรพากรใช้คำว่า “เกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี” หน้าที่จดจึงเกิดขึ้นเมื่อรายรับจากกิจการที่อยู่ในบังคับ VAT เกินเกณฑ์ดังกล่าว
รายรับยังไม่ถึง 1.8 ล้านบาท จด VAT ได้หรือไม่
อาจจดโดยสมัครใจได้หากเป็นกิจการที่อยู่ในบังคับ VAT หรือเป็นกิจการที่กฎหมายให้สิทธิเลือกเข้าสู่ระบบ แต่ควรประเมินผลกระทบด้านราคา ภาษีซื้อ และหน้าที่รายเดือนก่อน
จด VAT แล้วต้องเริ่มบวก 7% วันไหน
ให้เริ่มปฏิบัติตามสถานะผู้ประกอบการจดทะเบียนตั้งแต่วันที่มีผลซึ่งระบุในใบทะเบียน ภ.พ.20 ไม่ควรออกใบกำกับภาษีก่อนวันที่มีสิทธิ
ไม่มีรายรับต้องยื่น ภ.พ.30 หรือไม่
ต้องยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน แม้เดือนนั้นไม่มีการขายสินค้าหรือให้บริการ จนกว่าจะได้รับอนุมัติให้ออกจากทะเบียน VAT
ใช้บ้านหรือคอนโดเป็นสถานประกอบการได้หรือไม่
ขึ้นอยู่กับสิทธิการใช้สถานที่ หนังสือยินยอม สัญญาเช่า กฎของอาคารหรือโครงการ และลักษณะการใช้งานจริง กรณีอาคารชุดอาจต้องมีหนังสือรับรองว่าพื้นที่ดังกล่าวสามารถใช้ประกอบการค้าได้
จด VAT ใช้เวลากี่วัน
ระยะเวลาขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของเอกสาร การตรวจสอบสถานประกอบการ และการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ ไม่ควรเริ่มออกใบกำกับภาษีจนกว่าจะทราบวันที่มีผลที่ได้รับอนุมัติ

จด VAT ให้ถูกตั้งแต่วันแรก ลดความเสี่ยงในระยะยาว
การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ดีต้องเริ่มจากการตรวจสอบว่ากิจการมีหน้าที่หรือมีสิทธิจดหรือไม่ พร้อมจัดเตรียมสถานประกอบการและวางระบบเอกสารให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจจริง
ให้ Taxpoint ช่วยตรวจสอบเอกสาร ดำเนินการจดทะเบียน และแนะนำหน้าที่เบื้องต้นหลังได้รับ ภ.พ.20 เพื่อให้คุณเริ่มต้นระบบ VAT ได้อย่างมั่นใจ
ปรึกษาเบื้องต้นฟรีก่อนตัดสินใจ



