
จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการทางทะเบียน
"จัดการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนอย่างมืออาชีพ ถูกต้องและตรงเวลา"
Admin
21 สิงหาคม 2569
เมื่อธุรกิจเติบโต โครงสร้างและข้อมูลของกิจการย่อมเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นชื่อบริษัท ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ สาขา กรรมการ อำนาจลงนาม วัตถุประสงค์ ทุนจดทะเบียน ตราประทับ หรือข้อมูลของผู้เป็นหุ้นส่วน
การเปลี่ยนข้อมูลภายในบริษัทเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ เพราะรายการสำคัญต้องจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือ DBD และบางกรณียังต้องแจ้งกรมสรรพากร สำนักงานประกันสังคม ธนาคาร และหน่วยงานที่ออกใบอนุญาตด้วย
หากข้อมูลของแต่ละหน่วยงานไม่ตรงกัน อาจทำให้เปิดบัญชีธนาคาร ทำสัญญา ออกใบกำกับภาษี ยื่นภาษี หรือดำเนินธุรกรรมในนามนิติบุคคลได้ไม่สะดวก
Taxpoint ให้บริการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการทางทะเบียน พร้อมตรวจสอบมติ เอกสาร และหน่วยงานที่ต้องแจ้งต่อเนื่อง เพื่อให้ข้อมูลของธุรกิจถูกต้องและสอดคล้องกัน

รายการทางทะเบียนใดบ้างที่เปลี่ยนแปลงได้
สำหรับบริษัทจำกัด
ชื่อบริษัท
ดวงตราสำคัญของบริษัท
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่และสำนักงานสาขา
จังหวัดที่ตั้งสำนักงานใหญ่
วัตถุประสงค์ของบริษัท
กรรมการเข้าใหม่หรือออกจากตำแหน่ง
จำนวนหรือรายชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
เงื่อนไขการลงลายมือชื่อและประทับตรา
ทุนจดทะเบียน จำนวนหุ้น และมูลค่าหุ้น
การเพิ่มทุนหรือลดทุน
ข้อบังคับของบริษัท
ที่ตั้งสำนักงาน ผู้ชำระบัญชี หรืออำนาจผู้ชำระบัญชีในกรณีที่บริษัทอยู่ระหว่างชำระบัญชี
สำหรับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน
ชื่อและตราของห้างหุ้นส่วน
ที่ตั้งสำนักงานใหญ่หรือสาขา
วัตถุประสงค์
ผู้เป็นหุ้นส่วนเข้าใหม่หรือออก
หุ้นส่วนผู้จัดการ
เงินลงหุ้นและประเภทของหุ้นส่วน
ข้อจำกัดอำนาจหุ้นส่วนผู้จัดการ
แต่ละรายการใช้มติ แบบฟอร์ม และเอกสารประกอบไม่เหมือนกัน จึงควรตรวจสอบก่อนว่าต้องใช้มติคณะกรรมการ มติผู้ถือหุ้น มติพิเศษ หรือข้อตกลงของผู้เป็นหุ้นส่วน
รายการใดต้องใช้มติพิเศษ
การแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัท เช่น ชื่อบริษัท จังหวัดที่ตั้งสำนักงานใหญ่ วัตถุประสงค์ หรือรายการเกี่ยวกับทุน โดยทั่วไปต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นและมีมติพิเศษ
บริษัทต้องส่งคำบอกกล่าวนัดประชุมล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 14 วัน หรือตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ พร้อมระบุวาระที่จะขอแก้ไขให้ชัดเจน
มติพิเศษต้องได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง
กรณีเปลี่ยนชื่อบริษัท ต้องจองชื่อใหม่กับ DBD ก่อน และหากตราบริษัทมีชื่อเดิมอยู่ในตรา ต้องจดทะเบียนเปลี่ยนตราให้สอดคล้องกันด้วย

เปลี่ยนกรรมการหรืออำนาจกรรมการต้องทำอย่างไร
การแต่งตั้งกรรมการใหม่ การลาออก การถอดถอน หรือการเปลี่ยนแปลงกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ต้องมีมติที่ถูกต้องตามกฎหมายและข้อบังคับของบริษัท
กรณีมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการ บริษัทต้องยื่นจดทะเบียนกับ DBD ภายใน 14 วันนับจากวันที่มีการเปลี่ยนแปลง
หากกรรมการลาออกโดยส่งหนังสือลาออกให้บริษัท ระยะเวลาจะนับจากวันที่บริษัทได้รับหนังสือลาออกหรือวันที่การลาออกมีผล
การแก้ไขอำนาจกรรมการโดยทั่วไปต้องอาศัยมติผู้ถือหุ้น เว้นแต่ข้อบังคับบริษัทให้อำนาจคณะกรรมการลงมติได้
ข้อความอำนาจลงนามควรตรวจสอบให้รอบคอบ เช่น จำนวนกรรมการที่ต้องลงชื่อร่วมกัน การใช้ตราประทับ และเงื่อนไขเฉพาะ เพราะจะมีผลต่อการทำสัญญา ธนาคาร และธุรกรรมของบริษัท
การเปลี่ยนที่ตั้งสำนักงานใหญ่และสาขา
การย้ายสำนักงานภายในจังหวัดเดียวกันกับการย้ายข้ามจังหวัดใช้ขั้นตอนไม่เหมือนกัน
ย้ายภายในจังหวัดเดียวกัน: จดทะเบียนแก้ไขที่ตั้งสำนักงานตามมติและข้อบังคับของบริษัท
ย้ายข้ามจังหวัด: ต้องแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิข้อ 2 เรื่องจังหวัดที่ตั้งสำนักงานใหญ่ และใช้มติพิเศษของผู้ถือหุ้น
เปิดหรือปิดสาขา: ต้องจดทะเบียนรายการสาขาและตรวจว่าต้องแจ้งหน่วยงานภาษีหรือใบอนุญาตใดเพิ่มเติม
เอกสารสถานที่อาจประกอบด้วยสัญญาเช่า หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ สำเนาเอกสารของเจ้าของสถานที่ แผนที่ และภาพถ่ายสถานประกอบการ ขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่รับแจ้ง

เปลี่ยนผู้ถือหุ้นต้องจดทะเบียนกับ DBD หรือไม่
การโอนหุ้นของบริษัทจำกัดไม่ใช่การจดทะเบียนเปลี่ยนผู้ถือหุ้นกับ DBD ในลักษณะเดียวกับการเปลี่ยนกรรมการ
บริษัทต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามขั้นตอนการโอนหุ้น ออกหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และบันทึกชื่อผู้ถือหุ้นรายใหม่ในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัท
บริษัทสามารถคัดรายชื่อจากสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นเพื่อจัดทำสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น หรือแบบ บอจ.5 นำส่งต่อ DBD ได้ แต่การที่ DBD รับแบบ บอจ.5 ไม่ได้เป็นการรับรองหรือก่อให้เกิดสิทธิการเป็นผู้ถือหุ้น
โดยปกติบริษัทต้องนำส่ง บอจ.5 อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ภายใน 14 วันหลังการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี
หากการโอนหุ้นทำให้สัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ใบอนุญาตเฉพาะกิจการ และเงื่อนไขของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ
หลังแก้ไข DBD แล้ว ต้องแจ้งกรมสรรพากรหรือไม่
กิจการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องตรวจว่ารายการที่แก้ไขกระทบทะเบียน VAT หรือไม่ โดยทั่วไปใช้แบบ ภ.พ.09
รายการที่แจ้งภายใน 15 วันหลังเปลี่ยนแปลง
ชื่อผู้ประกอบการ
ชื่อสถานประกอบการ
รายละเอียดที่ตั้ง
ประเภทกิจการ
ประเภทสินค้าหรือบริการหลัก
รายการสำคัญอื่นในทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
รายการที่ต้องแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน
การย้ายสถานประกอบการ
การเปิดหรือเพิ่มสาขา
การรับโอนกิจการตามกรณีที่กฎหมายกำหนด
เอกสารที่อาจต้องใช้ ได้แก่ แบบ ภ.พ.09 ใบทะเบียน ภ.พ.20 หนังสือรับรองฉบับใหม่ เอกสารสถานที่ แผนที่ ภาพถ่าย และหนังสือมอบอำนาจ
อย่าเข้าใจว่าข้อมูลจาก DBD จะส่งไปแก้ไขให้กรมสรรพากรโดยอัตโนมัติทุกกรณี เพราะผู้ประกอบการยังต้องตรวจสอบและยื่นแจ้งตามหน้าที่ของตนเอง

หน่วยงานและคู่สัญญาอื่นที่อาจต้องแจ้ง
หลังจดทะเบียนกับ DBD แล้ว ควรตรวจสอบว่าต้องแก้ไขข้อมูลกับหน่วยงานหรือบุคคลต่อไปนี้หรือไม่
สำนักงานประกันสังคม
กองทุนเงินทดแทน
ธนาคารและผู้ให้บริการชำระเงิน
กรมศุลกากร
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
หน่วยงานที่ออกใบอนุญาตประกอบกิจการ
ผู้ให้เช่า เจ้าของอาคาร หรือสำนักงาน
ลูกค้า ผู้ขาย และคู่สัญญา
ระบบ RD e-Filing, e-Tax Invoice และระบบบัญชี
บริษัทประกันและผู้ให้บริการสาธารณูปโภค
ข้อมูลนายจ้างและใบอนุญาตทำงานของพนักงานต่างชาติ
นายจ้างที่เปลี่ยนชื่อ ที่อยู่ สาขา หรือประเภทกิจการควรแจ้งสำนักงานประกันสังคมด้วยแบบ สปส.6-15 ภายใน 30 วันนับจากวันที่เปลี่ยนแปลงตามกรณี
เอกสารที่ควรเตรียม
เอกสารจริงจะแตกต่างกันตามรายการที่ต้องการแก้ไข โดยทั่วไปอาจประกอบด้วย:
หนังสือรับรองนิติบุคคลฉบับปัจจุบัน
หนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับบริษัท
สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุด
สำเนาบัตรประชาชนของกรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการ
หนังสือลาออกของกรรมการ
รายงานการประชุมและมติที่เกี่ยวข้อง
ใบแจ้งผลการจองชื่อใหม่
แบบตราประทับใหม่
สัญญาเช่าหรือหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่
แผนที่และภาพถ่ายสถานประกอบการ
เอกสารเพิ่มทุน ลดทุน หรือการชำระค่าหุ้น
สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นและเอกสารการโอนหุ้น
ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.20
หนังสือมอบอำนาจและเอกสารผู้รับมอบอำนาจ

ขั้นตอนบริการของ Taxpoint
1. ตรวจสอบรายการที่ต้องการเปลี่ยน
เราตรวจสอบว่าการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวข้องกับบริษัท ห้างหุ้นส่วน หนังสือบริคณห์สนธิ ข้อบังคับ ผู้ถือหุ้น หรือทะเบียนของหน่วยงานอื่นอย่างไร
2. วางลำดับการดำเนินการ
บางรายการต้องจองชื่อก่อน บางรายการต้องจัดประชุม บางรายการต้องแจ้งกรมสรรพากรล่วงหน้า จึงต้องเรียงลำดับให้ถูกต้องก่อนกำหนดวันที่มีผล
3. จัดทำมติและเอกสาร
จัดเตรียมแบบคำขอ รายงานการประชุม มติ เอกสารประกอบ และหนังสือมอบอำนาจตามขอบเขตบริการ
4. ยื่นจดทะเบียนและติดตามผล
ดำเนินการยื่นกับ DBD และติดตามข้อแก้ไขหรือเอกสารเพิ่มเติมจากนายทะเบียน
5. แนะนำการอัปเดตหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แจ้งรายการที่ควรดำเนินการต่อกับกรมสรรพากร ประกันสังคม ธนาคาร คู่สัญญา หรือหน่วยงานอนุญาตอื่น
6. ส่งมอบเอกสารฉบับใหม่
ส่งมอบผลการจดทะเบียนและแนะนำว่าควรเริ่มใช้ชื่อ ที่อยู่ อำนาจลงนาม หรือข้อมูลใหม่กับเอกสารธุรกิจตั้งแต่เมื่อใด
ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง
เริ่มใช้ชื่อบริษัทใหม่ก่อนจดทะเบียนเสร็จ
ย้ายสถานประกอบการที่จด VAT โดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า
ใช้มติประชุมไม่ตรงกับรายการที่ยื่น
เปลี่ยนกรรมการแล้วไม่ยื่นภายในกำหนด
เปลี่ยนอำนาจกรรมการ แต่ไม่แจ้งธนาคารหรือคู่สัญญา
เข้าใจว่า บอจ.5 เป็นหลักฐานรับรองสิทธิผู้ถือหุ้น
แก้ไข DBD แล้วแต่ลืมแจ้งกรมสรรพากรหรือประกันสังคม
เปลี่ยนวัตถุประสงค์แล้วไม่ตรวจสอบใบอนุญาตเฉพาะกิจการ
เอกสารสถานที่ไม่ครบหรือข้อมูลที่อยู่ไม่ตรงกัน
ขอบเขตและค่าบริการ
บริการอาจครอบคลุม:
ตรวจสอบรายการที่ต้องจดทะเบียน
ให้คำแนะนำเกี่ยวกับมติและเอกสาร
จัดเตรียมแบบคำขอและเอกสารประกอบ
ยื่นจดทะเบียนและติดตามผลกับ DBD
ให้คำแนะนำเรื่องการแจ้งกรมสรรพากรและหน่วยงานอื่น
ค่าบริการเริ่มต้น 2,500 บาท ไม่รวมค่าธรรมเนียมราชการ
ราคาสุดท้ายขึ้นอยู่กับประเภทและจำนวนรายการที่เปลี่ยนแปลง จำนวนหน่วยงานที่ต้องดำเนินการ และความครบถ้วนของเอกสาร
ควรตรวจสอบในใบเสนอราคาว่ารวมการยื่น ภ.พ.09 การแจ้งประกันสังคม การจองชื่อ คัดหนังสือรับรอง หรือบริการหน่วยงานอื่นหรือไม่

เปลี่ยนข้อมูลธุรกิจให้ถูกต้องก่อนเริ่มใช้จริง
การจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงที่ดีไม่ใช่เพียงยื่นเอกสารให้ผ่าน แต่ต้องทำให้ข้อมูลของ DBD กรมสรรพากร ประกันสังคม ธนาคาร เอกสารบัญชี และคู่สัญญาสอดคล้องกัน
ให้ Taxpoint ช่วยตรวจสอบ วางลำดับ และดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงรายการทางทะเบียนให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ
ปรึกษาเบื้องต้นฟรีก่อนตัดสินใจ



