
ขึ้นทะเบียนนายจ้าง
"ขึ้นทะเบียนนายจ้างอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมดูแลทุกขั้นตอนโดยทีมผู้เชี่ยวชาญ"
Admin
21 สิงหาคม 2569
เมื่อธุรกิจเริ่มมีพนักงาน สิ่งที่เจ้าของกิจการต้องจัดการไม่ได้มีเพียงเงินเดือนหรือสัญญาจ้างเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการขึ้นทะเบียนนายจ้าง การขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน และการดำเนินการเกี่ยวกับกองทุนเงินทดแทนให้ถูกต้องตามกฎหมาย
หากดำเนินการล่าช้า ใช้ข้อมูลไม่ครบ หรือเข้าใจวันครบกำหนดผิด อาจทำให้เกิดปัญหาในการใช้สิทธิของพนักงาน การนำส่งเงินสมทบ และการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้
Taxpoint ให้บริการขึ้นทะเบียนนายจ้างและผู้ประกันตน พร้อมตรวจสอบเอกสาร จัดทำแบบ ยื่นคำขอ และแนะนำหน้าที่สำคัญหลังได้รับเลขที่บัญชีนายจ้าง เพื่อให้ธุรกิจเริ่มต้นระบบพนักงานได้อย่างมั่นใจ

การขึ้นทะเบียนนายจ้างคืออะไร
การขึ้นทะเบียนนายจ้าง คือการแจ้งข้อมูลสถานประกอบการและลูกจ้างต่อสำนักงานประกันสังคม เพื่อให้นายจ้างมีเลขที่บัญชีนายจ้าง และเพื่อให้ลูกจ้างที่เข้าเงื่อนไขได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33
กระบวนการนี้ยังเกี่ยวข้องกับกองทุนเงินทดแทน ซึ่งให้ความคุ้มครองลูกจ้างเมื่อได้รับอันตราย เจ็บป่วย สูญเสียสมรรถภาพ หรือเสียชีวิตจากการทำงาน ทั้งสองกองทุนอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงานประกันสังคม แต่มีวัตถุประสงค์ วิธีคำนวณ และรอบการนำส่งเงินแตกต่างกัน
ใครบ้างที่ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้าง
โดยทั่วไป นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไปและลูกจ้างเข้าเงื่อนไขเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ต้องดำเนินการขึ้นทะเบียนนายจ้างและขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนภายใน 30 วันนับจากวันที่ลูกจ้างเริ่มเข้าเงื่อนไข
อย่างไรก็ตาม กฎหมายมีข้อยกเว้นสำหรับนายจ้างหรือลูกจ้างบางประเภท จึงควรตรวจสอบลักษณะกิจการ สถานะของผู้ปฏิบัติงาน และความสัมพันธ์ในการจ้างงานก่อนยื่นคำขอ โดยเฉพาะกรณีผู้บริหาร หุ้นส่วน กรรมการ ญาติของเจ้าของกิจการ หรือผู้รับจ้างอิสระ

ทำไมควรดำเนินการตั้งแต่เริ่มมีพนักงาน
ช่วยให้พนักงานได้รับสิทธิประกันสังคมอย่างต่อเนื่อง
ลดความเสี่ยงจากการขึ้นทะเบียนหรือแจ้งข้อมูลล่าช้า
ทำให้ข้อมูลค่าจ้าง เงินเดือน และจำนวนพนักงานสอดคล้องกับระบบบัญชี
เตรียมความพร้อมสำหรับการนำส่งเงินสมทบประจำเดือน
แยกหน้าที่ของประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทนได้อย่างถูกต้อง
ช่วยให้การแจ้งเข้า แจ้งออก และเปลี่ยนแปลงข้อมูลพนักงานในอนาคตเป็นระบบ
เอกสารและข้อมูลที่ควรเตรียม
เอกสารอาจแตกต่างกันตามประเภทกิจการและสถานที่ตั้ง โดยทั่วไปควรเตรียมข้อมูลต่อไปนี้
หนังสือรับรองนิติบุคคลหรือเอกสารการประกอบกิจการฉบับปัจจุบัน
บัตรประจำตัวประชาชนและข้อมูลของกรรมการหรือผู้มีอำนาจลงนาม
รายละเอียดสถานประกอบการ สำนักงานใหญ่ และสาขา
หลักฐานสิทธิการใช้สถานที่ เช่น สัญญาเช่า หนังสือยินยอม หรือเอกสารกรรมสิทธิ์
แผนที่และภาพถ่ายสถานประกอบการตามที่เจ้าหน้าที่กำหนด
ข้อมูลลูกจ้าง เช่น เลขประจำตัวประชาชน วันที่เริ่มงาน ตำแหน่ง และค่าจ้าง
หนังสือมอบอำนาจและเอกสารของผู้รับมอบอำนาจ หากให้ผู้อื่นดำเนินการ
แบบขึ้นทะเบียนนายจ้าง สปส.1-01 และแบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน สปส.1-03
ก่อนยื่นควรตรวจสอบให้ชื่อกิจการ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี วันที่เริ่มจ้าง และข้อมูลค่าจ้างตรงกันในทุกเอกสาร

ขั้นตอนบริการขึ้นทะเบียนนายจ้างของ Taxpoint
1. ตรวจสอบหน้าที่และข้อมูลกิจการ
เราตรวจสอบประเภทนิติบุคคล ลักษณะการจ้าง วันที่เริ่มมีลูกจ้าง สถานที่ประกอบการ และข้อมูลเบื้องต้น เพื่อประเมินว่าต้องดำเนินการส่วนใดบ้าง
2. จัดทำรายการเอกสารเฉพาะกิจการ
ลูกค้าจะได้รับรายการเอกสารที่เหมาะกับกิจการ ช่วยลดปัญหาเอกสารไม่ครบหรือข้อมูลไม่ตรงกัน
3. จัดเตรียมแบบและตรวจสอบข้อมูล
จัดทำแบบขึ้นทะเบียนนายจ้างและผู้ประกันตน พร้อมตรวจสอบข้อมูลกรรมการ สถานประกอบการ และพนักงานก่อนยื่น
4. ยื่นคำขอและติดตามผล
ดำเนินการยื่นต่อสำนักงานประกันสังคมตามช่องทางที่เหมาะสม พร้อมติดตามข้อแก้ไขหรือเอกสารเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่
5. ส่งมอบผลและแนะนำหน้าที่หลังขึ้นทะเบียน
เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อย เราจะแจ้งผลการดำเนินการและอธิบายกำหนดเวลาที่นายจ้างต้องดูแลต่อ เช่น การแจ้งพนักงาน การจัดทำค่าจ้าง และการนำส่งเงินสมทบ

หลังขึ้นทะเบียนแล้ว นายจ้างต้องทำอะไรต่อ
การได้รับเลขที่บัญชีนายจ้างเป็นเพียงจุดเริ่มต้น นายจ้างยังต้องดูแลข้อมูลและส่งแบบตามกำหนดอย่างต่อเนื่อง
แจ้งเข้าพนักงาน: ขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนด้วยแบบ สปส.1-03 ภายใน 30 วันนับจากวันที่เริ่มเข้าเงื่อนไข
แจ้งออกพนักงาน: แจ้งสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนด้วยแบบ สปส.6-09 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่ออกจากงาน
แจ้งเปลี่ยนแปลงข้อมูล: ใช้แบบ สปส.6-01 และดำเนินการตามกำหนดเมื่อข้อมูลผู้ประกันตนเปลี่ยนแปลง
นำส่งเงินสมทบรายเดือน: คำนวณและนำส่งเงินสมทบประกันสังคมพร้อมแบบ สปส.1-10 โดยทั่วไปภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
จัดเก็บข้อมูลค่าจ้าง: ดูแลทะเบียนพนักงาน เงินเดือน การหักเงินสมทบ และหลักฐานการนำส่งให้ตรวจสอบย้อนหลังได้
แจ้งการเปลี่ยนแปลงกิจการ: เช่น ชื่อกิจการ ที่ตั้ง สาขา หรือผู้มีอำนาจ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง

ประกันสังคมกับกองทุนเงินทดแทนต่างกันอย่างไร
ประเด็นกองทุนประกันสังคมกองทุนเงินทดแทนวัตถุประสงค์ให้สิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขของผู้ประกันตนคุ้มครองกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงานผู้จ่ายเงินสมทบนายจ้างและลูกจ้างตามอัตราที่กฎหมายกำหนดนายจ้างเป็นผู้จ่ายรอบการนำส่งรายเดือนโดยทั่วไปเป็นรอบรายปีตามการประเมินและประกาศของสำนักงานประกันสังคมฐานคำนวณค่าจ้างภายใต้ฐานและอัตราที่มีผลในขณะนั้นค่าจ้างและอัตราความเสี่ยงตามประเภทกิจการสิ่งที่ต้องติดตามการแจ้งเข้า-ออก ค่าจ้าง และเงินสมทบรายเดือนค่าจ้างจริงประจำปี เงินสมทบ และเหตุประสบอันตรายจากการทำงาน
นายจ้างใหม่ควรตรวจสอบกำหนดชำระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนในปีแรก ส่วนปีต่อไปต้องติดตามรอบชำระเงินสมทบและการรายงานค่าจ้างจริงตามประกาศของสำนักงานประกันสังคม
หากลูกจ้างประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน นายจ้างต้องแจ้งเหตุภายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยทั่วไปไม่เกิน 15 วันนับจากวันที่ทราบเหตุ

ข้อผิดพลาดที่นายจ้างควรหลีกเลี่ยง
เข้าใจว่าจดทะเบียนบริษัทแล้วจะขึ้นทะเบียนประกันสังคมให้อัตโนมัติ
รอให้พนักงานผ่านทดลองงานก่อนจึงแจ้งขึ้นทะเบียน
ใช้วันเริ่มงานหรือข้อมูลค่าจ้างไม่ตรงกับเอกสารเงินเดือน
แจ้งออกพนักงานล่าช้าหรือเข้าใจว่ามีกำหนด 30 วันเหมือนการแจ้งเข้า
ไม่แจ้งสำนักงานหรือสาขาที่มีพนักงานปฏิบัติงานจริง
นำกำหนดส่งเงินสมทบประกันสังคมไปใช้กับกองทุนเงินทดแทน
ไม่มีระบบเก็บหลักฐานการยื่นแบบและการชำระเงินสมทบ
ขอบเขตบริการของเรา
ให้คำปรึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับหน้าที่ในการขึ้นทะเบียน
จัดทำรายการเอกสารให้เหมาะกับประเภทกิจการ
ตรวจสอบข้อมูลนายจ้าง สถานประกอบการ และลูกจ้าง
จัดเตรียมแบบ สปส.1-01 และ สปส.1-03
ดำเนินการยื่นและติดตามผลกับสำนักงานประกันสังคม
แนะนำหน้าที่และกำหนดเวลาหลังขึ้นทะเบียน
ให้คำแนะนำการจัดเตรียมข้อมูลสำหรับงานเงินเดือนและเงินสมทบ
กรณีมีหลายสาขา ลูกจ้างจำนวนมาก ลูกจ้างต่างชาติ การขึ้นทะเบียนย้อนหลัง หรือจำเป็นต้องแก้ไขข้อมูลเดิม ควรตรวจสอบขอบเขตงานและเอกสารเพิ่มเติมก่อนเริ่มดำเนินการ
ค่าบริการขึ้นทะเบียนนายจ้าง
ค่าบริการเริ่มต้น 3,500 บาท
ขอบเขตและราคาสุดท้ายขึ้นอยู่กับจำนวนสถานประกอบการ จำนวนพนักงาน ความครบถ้วนของเอกสาร และรายละเอียดของกิจการ

เริ่มต้นดูแลพนักงานอย่างถูกต้องตั้งแต่วันแรก
อย่าปล่อยให้การขึ้นทะเบียนล่าช้ากลายเป็นปัญหาด้านสิทธิพนักงาน เงินสมทบ หรือเอกสารย้อนหลัง ให้ Taxpoint ช่วยตรวจสอบและดำเนินการขึ้นทะเบียนนายจ้างและผู้ประกันตนให้เป็นระบบ
ปรึกษาเบื้องต้นฟรีก่อนตัดสินใจ



